อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

ภู ส อ ย ด า ว 24 – 25 ธันวาคม 2559
Our journey at P h u S o i D a o, T h a i l a n d
The fourth highest mountains in Thailand

❤️24 Dec 2016
1.เราเริ่มออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวกัน ตอนเที่ยงคืน 15 นาที เนื่องจากเพื่อนโมมีงานเลี้ยง ด้วยความที่อยากจะไปและไม่มีเวลาเหลือแล้ว เราเลยตัดสินใจไปกัน ช่วงนี้ ทุกคนอยากไปจุดสูงสุด แต่เนื่องจากมีเวลาแค่คืนเดียว จนท. ก็บอกว่าต้องนอน 2 คืนไม่งั้นไปไม่ได้ เราเลยไปพิชิตกันแค่ลานสนคะ

2. บอกเลยว่า ทริปนี้ชิลมากกก ไม่ได้นอน แต่เพื่อนสาวกรนนะตอนเราขับ แต่ก็ผลัดกันขับรถ ชวนกันคุย เพื่อให้มีสติ เรามีสมาชิกกัน 4 คน แก๊งค์เดิมแก๊งค์เดียวกันกับที่ไปเขาหลวงคะ เพื่อนสาว (คนเดียวกันกับเพื่อนเกย์มันบอกเรารีวิวนี้เปลี่ยนเป็นเพื่อนสาวคะ) เป็นคนขับจนถึงพิจิตร ต่อจากนั้นจนถึงอุทยานเราเป็นคนขับคะ เรามุ่งหน้าไปทางสายเอเชียตรงอย่างเดียว จนถึงแยกเอกซเรย์ พิษณุโลก แล้วเลี้ยวซ้าย ขึ้นไปแล้วก็ไปทาง อ.ชาติตระการคะ

3. เราหยุดรถกันบ่อยด้วยความชิล จนถึงอ.ชาติตระการ เราหยุดรถพักที่ ปั๊มบางจาก ล้างหน้าเปลี่ยนรองเท้าแล้วไปเดินซื้อของทำกินที่ตลาดแล้วก็หาข้าวเช้าทานกันก่อน เราถึงตรงนั้น 6 โมงเช้าได้ แล้วเราก็ชิลกันไปอีก กินนั่นกินนี่ แต่งหน้ารู้สึกได้ว่า นาน จนเราเริ่มอออกเดินทาง แล้วก็เสียเวลาไปอีก เพราะหลงทางขับไปขับกลับ 60 โล สวยสวย เหมือนรวยน้ำมัน เราขับจนเจอทางที่ถูกต้อง ส่วนทางอะ ก็นรกมากคะ โค้งแล้วแคบได้อีก คนขับยังจะอ้วก คนนั่งไม่ต้องพูดถึง เราถึงอุทยาน 10โมง จากที่แพลน 8 โมง จากที่ชิลกูเริ่มเร่งกันละ

4. เพื่อนเรายืนยันลูกหาบเหมือนเดิม เนื่องจากเขาหลวงเป็นทริปที่สอนให้เพื่อนรู้จักวางแผนก่อนเดินทาง พอมาถึงเราก็ไปลงทะเบียน ว่าจะใช้อะไรบ้าง ทริปนี้เราเอาเต้นท์กันไปเองนะคะ เพราะเซฟมันนี่กันสุดสุด เที่ยวจนไม่มีจะแดกจริงจริงแต่ทริปนี้เราให้ลูกหาบแบกเต้นท์กับของกินขึ้นไป คือกองกลางหารกัน แต่กระเป๋าและน้ำดื่มเราแบกเองเหมือนทุกทริปที่ไป คือเต้นท์นอนได้ 10 คน คือใหญ่และหนัก

-อัตราค่าเช่าอุปกรณ์ เตาแก๊ส 100 แก๊สประป๋อง 80 เตาถ่าน 50 เตาสามขา 20 กาต้มน้ำ 30 หม้อต้ม20 คีมคีบถ่าน 10 ถ่าน 50 เต้นท์ 225 ต่อคืน ถุงนอน 30 หมอน 10 ค่าลูกหาบกิโลละ 30 ค่ามัดจำขยะ 200 บาท

5. พอเราได้ใบคิวจากการช่างกิโลกันเสร็จเรียบร้อย ทางอุทยานจะมี จนท. ขับกระบะรับส่งไป ณ จุดเริ่มขึ้นไปลานสนคะ ก็รอรถไม่นานนะคะ มีมาตลอด อุณหภูมิที่เราตอนกลางคืน 10 องศา วันก่อนหน้าเราไป 6 องศา หนาวมากก

6. เราเริ่มขึ้นจริงจริง ก็ประมาณ 11 โมงกว่า เดินไปตามธารน้ำตกเลยคะ มีสะพานไม้ให้ข้ามทางเดินช่วงแรกไม่ยากเลย พอเริ่มหมดน้ำตก หรือไม่ได้ยินเสียงน้ำตก เนินแรกที่มึงจะเจอ คือ เนินส่งญาติ สำหรับเราเนินนี้ก็เป็นบันไดเกือบตลอดทางในการขึ้นไปคะ ลืมบอกไปทริปนี้ เราจัดลำโพงมาไว้ฟังเพลงในระหว่างที่เราเดินทางด้วยนะคะ ผู้คนที่ไปมาสัญจรหรือผ่านไปผ่านมา จะเรียกว่า แก๊งค์สายตื้ด คะ เนินต่อไป เนินปราบเซียน เนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง และ เนินสุดท้ายเนินมรณะ ในความคิดเห็นส่วนตัว ในโซเชียล ชอบถามมาก ภูกระดึง เขาหลวงสุโขทัย ภูสอยดาว อะไรเดินยากกว่ากัน สำหรับดรีมนะคะ เขาหลวงสุโขทัยคะ ส่วนภูสอยดาว ก็มายากนิดตรงเนินมรณะ ที่ชันแต่ขึ้นไประหว่างทางวิวก็สวยคะ เราแวะถ่ายรูปกันตลอด แล้วทริปนี้เราก็เดินไปพร้อมๆกัน ถึงจะเลยมาก็แวะถ่ายรูปรอกันคะ

7. พอขึ้นมาถึงข้างบนแล้ว เราก็ต้องเดินไปยังจุดกางเต้นท์ไม่ไกลมากคะทางเดินเขียวขจี สวย เราชอบ พอเดินไปถึงลูกหาบถึงก่อนหน้าแล้ว แล้วเขาก็มาช่วยเรากางเต้นท์ หาฟืนจุดไฟมาไว้ให้เรา ซึ่งงานนี้ เพื่อนสาวเปลืองตัวไปเสวนาพาเพลินกะ เจ้าหน้าที่และบรรดาลูกหาบ ไม่มีเดอะแก๊งค์เหมือนเขาหลวง นางเลยแมนไปสิงสู่กับบรรดา จนท. และลุกหาบแทนคะ ไปถึงเขาชวนแดกเหล้าขาวก็แดกกะเขา เรากะเพื่อนโมสตรองมากคะ แบกน้ำ ล้างผัก กันเตรียมทำอาหาร ส่วนเพื่อนชาย และเพื่อนสาว นอนพักกันในเต้นท์ สักพักมันก็ลุกมาช่วย เพื่อนสาวมีหน้าที่จัดแจงหาของหาทุกอย่างที่พอหาได้ ด้วยวาจา กาย ใจ และ มรรยา จนได้ผ้ารองนั่งหน้าเต้นท์ กาน้ำฟรี แล้วพวกเขายังต้มน้ำให้เราฟรี ตอนเช้าทำข้าวไข่เจียวให้กิน ต้องกราบขอบพระคุณ คุณแม่ ในทริปนี้ด้วยคะ ความสวยช่วยได้ทุกอย่างจริงจริง 5555555

8. เมนูของเราตอนเย็น เหมือนเขาหลวงคะ ซื้อมาเยอะกลัวอดตายแล้วก็กินไม่ค่อยหมด อาหารที่เราเตรียมมาคือ ไข่ไก่ 10 ฟอง มาม่า 6 โจ๊กคนอร์ 6 ผัดไทย 4 ห่อ หมูแดดเดียวเอามาย่างไฟ 2 ถุงจากตลาด แล้วก็ไส้กรอกไก่ 1 แพคเอามาย่างเหมือนกัน ไส้กรอกกกับหมูแดดเดียวอร่อยมากคะ ถึงเพื่อนสาวจะย่างไหม้ รมควันไฟก็ตาม ลืมคะ ที่นี่จะมีน้ำฝนที่ จนท. รองไว้ให้กินนะคะ สีน้ำตาลอ่อนอ่อน มองแล้วไม่น่ากิน แต่ก็กินคะ ก่อนหน้าทำมั่นจะไปต้มก่อน พอเอาเข้าจริงกินแม่งไปทั้งยังงั้นแหละ น้ำใช้และน้ำกินจะแยกแทงค์กันนะคะ แล้วที่นี่ห้องน้ำ ต้องรองน้ำจากแทงค์ใส่ถังแล้วยกไปด้วย เพราะห้องน้ำและห้องอาบน้ำมันไม่มีคะ ยกเองราดเอง ยกเองอาบเองคะ กะละมังและขันเช่าได้ด้านบน ส่วนเราก็แปรงฟังล้างหน้า เอาทิชู่เปียกเช็ดตัวก็เพียงพอแล้ว

9. พระอาทิตย์ยังไม่ทันตก อากาสเริ่มเย็นมาก จากที่แพลนเอาไพ่มา เอาอูโน่มาเล่นก็ไม่ได้เล่น นั่งกิน กันคุย ผิงไฟกันแล้ว ลูกหาบก็มาแนะนำให้ออกไปดูดาว เราก็เดินออกไปตรงหน้าผาไปนั่งดูดาวกัน ดาวเยอะมาก สวยมาก ชัดมาก มีทุกหมู่ดาวบนท้องฟ้า กล้องเหี้ยมาก ถ่ายไม่ติด ถ่ายไม่สวย ปรับไม่เป็น เพื่อนเราปรับให้ สวยอยู่แต่เสือกไม่เอาขาตั้งกล้องไป กล้องไม่นิ่ง สรุป ดูด้วยตาสัมผัสด้วยใจไปคะ ทริปนี้ เราเอาพุเย็นมาวาดเล่นด้วย เริงร่ากันจนพวกกุนึกว่ารี่กูมาเที่ยวเขาหรือเที่ยวดูเล่นควงกระบองไฟเหมือนเกาะเสม็ด วาดกันจนกล้องแตกก็ยังไม่เป็นคำ สักพักก็กลับเต้นท์ นอนผิงไฟสักพัก แล้วก็เข้าไปนอน หนาวมากกกกกกกก เพื่อนสาวหรอ ก๊งเหล้ากับ จนท.คะ แล้วเราก็หลับไปเพราะความเพลียในการขับรถ

❤️25 Dec 2016
🎄Merry Chrstimas everyoneee
1. พวกเรานอนกันแบบ ไม่ตั้งปลุก ตื่นตอนไหนก็ตอนนั้น ปรากฎว่าเราตื่นกัน 8.30 พระอาทิตย์ส่องหัว ที่ตื่นเพราะว่าหัวร้อนมากเหมือนไหม้ ถ้าพระอาทิตยืไม่ส่องก้ไม่ตื่น เพื่อนเราตื่นก่อน แต่คงไม่นาน พอตื่นมา เพื่อนสาวบอก โอ้ย เมื่อคืนกลับมาเที่ยงคืน เห็นพวกมึงนอนเป็นหนึ่งเดียวมากคะ 5555555 แล้วกูก็ชอบตรง แดดเปรี้ยงมาก หัวจะไหม้ คนเดินกันผ่านเต้นท์วุ่นวายพวกมึงก็ยังจะนอนต่อได้จนถึง 8.30 อิอิ พอออกมา เต้นท์ทุกคนเขาเริ่มเก็บลงกันไปแล้ว พวกเรายังชิล ไปล้างหน้าแปรงฟังรอ จนท.0 ทำข้าวไข่เจียว ขาเราเหลืองจากเมื่อวาน 5 ฟอง ข้าวสวยเขาหุงให้ เพราะเสน่ห์ของเพื่อนสาวเราจริงจริงคะ ก็คนอรืก็กินกันหมด แบ่งกัน ไม่อยากเก็บลงไป ก็จัดการกินกินไปให้หมด แล้วก้หมดคะ แล้วเราก็ไปเริ่มภารกิจถ่ายรูป ตรงเนินหลังแทงค์น้ำ เดินขึ้นไป พร้อมกับพร๊อบของเราคือ พุแท่งสี สปอนเซอร์ บาย เพื่อนสาวคะ

2. เราก็เดินขึ้นไป ไม่ได้ไกลจากจุดกางเต้นท์เลย เพื่อนเหนื่อย แล้วเพื่อนกันว่า เออ ตรงนี้แหละมึงจุดมุมดีแล้วที่จะถ่ายรูปกัน สวย เห็นเขา แต่ คือ มึงเดินกันแถวนั้นไม่ถึงโล คือขี้เกียจเดินกันแล้ว พอถ่ายไปถ่ายมา ลมก็ลม กดชัตเตอร์กันรัวๆรูปที่ได้มาเหี้ยมาคะ 5555555 ควันสีโขมงบดบังใบหน้า ถ่ายออกมากูนึกว่าใครมาเผาหญ้า 555555 ไม่ต้องตกใจถ้าใครไปต่อจากพวกกุแล้วหญ้าแห้ง ฝีมือพวกกุเอง อิอิ หลอกเล่นนะ ก็จาก 1000 รูปได้สวยกันคนละ 3-4 รูป พอมึงเห็นรูปมึงจะคิดว่า ที่มึงบอกว่า สวย นี่สวยแล้วหรอ 5555 สำหรับกูมันสวยสุดและที่กูเลือกมาโพสเนี่ย

3. ก็ถ่ายเสร็จพร้อมกับชุดที่เสต็ปเหมือนกันแล้วก็ควันสี ทุกคนก็มองหน้ากันจะเดินไปแล้วอ้อมลงอีกทาง พอมองหน้าไปมา ลงทางเดิน ขี้เกียจเดิน เอิ่ม พอไปถึงก็เตรียมเดินลงเขา ณ เวลานั้น ไม่มีใครละคะ เขาลงไปหมดกัน The last group เหมือนเขาหลวงอีกตามเคย พวกเราเตรียมกระเป๋าไว้หมดแล้ว ฝากกะ จนท. ไว้ส่วนเพื่อนก็ฝากลุกหาบลงไปก่อนจะเริ่มเดินไปถ่ายรุปคะ เราเริ่มเดินลง เกือบ บ่ายโมง (รีบไหมละมึง) เราลองเอากระเป๋าเราช่าง นน. ยิ่งจัดยิ่ง โปรนะ 8 โลสวยสวย มีน้ำขวดใหญ่รวมไปด้วย ก็ไม่เลวนะ

4. เดินลงไม่ยาก พักแค่ 3 ทุ่ถ่ายรุปกันนิดหน่อย เราหยุดกันครึ่งชม. ที่ป้ายผู้พิชิตลานสน แล้วก็เดินลงไปกันจริงๆแล้วเราว่าเราเดินกันจริงๆ
3 ชม. เท่านั้นแหละ เราหยุดเล่นกันที่น้ำตกกรรณิการ์ด้วยคะ กูเล่นคนเดียว เย็นชิบบบ เพื่อนเราก็นั่งชิลกันตรงโขดหิน ถ่ายรุป เฟสทามหาแม่ บอกเลยว่าเราใช้ดีแทค ไม่มีสัญญาณเลดลอดให้กูแม้แต่นิดเดียว แล้วเราได้บอกตัวเองแล้วว่า ถ้าเขานี้ไม่มีสัญญาณ กูจะย้ายค่าย แล้วมันก็ไม่มีจริง ภูกะดึง ม่องจอง เขาหลวง ภูสอยดาว ทุกที่ไม่ดีแทคคะ บลัยยยยยยย

5. พอเล่นเสร็จก็ไม่ใส่รองเท้า เดินตีนเปล่า เพราะมนไม่ไกลแล้วจากตรงนั้น แต่เจ็บส้งตีนมากคะ กุคิดผิดจริงจริง พอถึงเสร็จ ก็พักกินกาแฟสดที่ร้านสวสัดิการตรงนั้น ไปเดินขึ้นรถกระบะ พาไปจุดที่จอดรถของเรา ตอนแรกว่าจะไม่อาบน้ำ แต่ไปถึงอาบดีกว่า สดชื่นมากก ทุกคนจัดแจงสัมภาระ เตรียมแยกย้าย อำลาเพื่อนร่วมเดินทาง เจ้าหน้าที่ เตรียมสตาร์ทรถ เราขับนะคะ พอสตาร์ทปุ๊ป สัส แบตหมด !!! หันไปหาเพื่อนสาว เพราะรถมัน มันก็ เอ้อ กูลืม กูเปิดไฟทิ้งไว้ เดินไปหา จนท. ให้เขาหารถมาพ่วงอีก เวรกรรมมมม ออกจากตรงนั้น ก็ 6 ใงเย็น คือมึงจะชิลไปไหน ขอบคุณพี่ จนท. มากแล้วก็ซึ้งใจไปอีก เพราะว่าเพื่อนสาวเดินมาบอกว่า เห้ยมึงเขาบอกจะขยายเวลาปิดเดือน กพ. กูนี่อยากจะกรี๊ด เพราะแพลนจะมาขึ้นยอด 3 วัน 2 คืน นี่กูรีบมาเพื่อการนี้เลยนะเนี่ย แอบเซ็ง แต่ยังไงก็รอเข่ประกาศอีกทีคะ

6. เราออกเดินทางกัน ขากลับเร็วมาก กูขับเร็วมาก 555 กูชินทางละ ก็เราบอกเพื่อนขอพักตีนคะ ขอชิล เราไปหยุดปั้มเดิมบางจาก ที่อ. ชาติตระการ แล้วให้เพื่อนสาวขับไปต่อ กูจะนอน กูไม่ได้นอนเลยคะ ทิ้งโค้ง ได้รุนแรงมาก กูปวดหัวประจวบกับการที่เราหิวมากกกกกกกกกกก ก็แพลนว่าจะไปหาไรกินในเมืองพิษณุโลก คือกูบอกเลย ทริปนี้มึงจะชิลไปไหน ไปเดินถนนงานปีใหม่ในพิดโลกจ๊า หาของกินเล่นกินพลางไปก่อน เพราะพวกกุจะไปกินข้าวต้นนายเจือที่นครสวรรคือีก ก็ไม่รู้นะ จากตรงนั้นถึงตรงนี้ก็ 3 ทุ่ม จากพิดโลกไปนายเจือ มองเวลา อ้าวเที่ยงคืน 5555555 คือชิลจริงจริง ความชิลที่เป็นการยืนยันคือพวกกูถึง กทม. กัน ตี 4 กว่า ลืมบอก ขอสดุดีให้เพื่อนโมในการขับรถด้วยคะ นั่นคือความชิลไปอีก เพื่อนเน้นปลอดภัย อะไรคือการแซงรถทัวร์แล้วรถทัวร์แซงกลับ เร่งไปเพื่ออะไร ส่วนเพื่อนสาว ปาลี่ (ปาลี่ คือ ขี้)กันตลอดทางคะ แวะขี้กันตลอด ไม่ใช่พวกกูนะ เพื่อนสาวคนเดียวคะ ขี้เป็น 10 รอบทริปนี้ พอกูเห็นท่าไม่ดี กุกลัวว่าจะเข้า กทม.ถึง ตี5 รถจะเริ่มติด เพราะคน ตจว. ก็เข้าไปทำงานเช้ามืด กุเลยขับเอง ก้ไม่ได้นอนกันไปอีก มีเพื่อนสาวนอนกรนชั่วขณะ เพื่อนชายนั่นนอนตลอดทริป เป็นคนที่เหี้ยแม่งสบายสุดละ ถ้าไม่รวมว่ามันแบกน้ำลิตรให้พวกกู 4 ขวดในกระเป๋ามัน กูว่ามันคือคนที่สบายที่สุดละ พวกเราแยกย้ายกันโดยส่งเราก่อน ตามเส้นทาง ถึงห้อง 04.15 นาที อาบน้ำพักสายตา
สวัสดีวันจันทร์ ทำงานสิคะ 55555555555555
จบแล้วทริปนี้ ชิลกันได้ใจแพลนกู ทุกนาทีมีค่าจนกว่าจะถึงวันทำงาน อิอิ

📍ค่าใช่จ่ายของทริปนี้ หมดไป คนละ 1400 บาท
– ค่าเบาะรองนอน 80 /ค่าสถานที่120 / ค่าลูกหาบกองกลาง 550 ไปกลับ / ค่าอุปกรณ์ 200 / ค่าน้ำมันรถ 2500 / ค่าของกิน1500 / ค่าเข้าคนละ40 / ค่าของกินระหว่างทางกลับมา 500